สถิติผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์
mod_vvisit_counterวันนี้10
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้50
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้233
mod_vvisit_counterเดือนนี้1048
mod_vvisit_counterสถิติทั้งหมด90405

ผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ขณะนี้
เรามี 1 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

ความเป็นมาของค่ายพุทธบุตร อารยาภิวัทธน์


เนื่องมาจากการบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อนร่วมกับวัดพระพิเรนทร์ วรจักร เมื่อปีพุทธศักราช 2545 คุณสุพัฒน์ ตันติพิพัฒน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี (ขณะนั้น) ท่านนายอำเภอสมเกียรติ สุวรรณ นายอำเภอด่านช้าง (ขณะนั้น) คุณอภิชาต สายทอง ศึกษาธิการอำเภอด่านช้าง คุณยุวกาญจน์ ศรีวิฑูรย์ วัฒนธรรมอำเภอด่านช้าง และ ผอ.จิราภรณ์ เอี่ยมระหงษ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดด่านช้าง (ในสมัยนั้นดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนวัดหนองเปาะ) คุณเริงศักดิ์ ขุนทอง ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดหนองเปาะ (ในสมัยนั้นดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนวัดด่านช้าง) ได้ให้เกียรติมาร่วมงานบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน ซึ่งอบรมอยู่ที่สำนักสหปฏิบัติฯ อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรีท่านนาย อำเภอสมเกียรติ และท่านศึกษาธิการอภิชาติ ได้ปรารภว่า เราน่าจะให้มีการอบรมเยาวชนขอให้อาจารย์ธวัช และคุณบุบผา คณิตกุล เปิดเป็นค่ายพุทธบุตร เพื่ออบรมพระพุทธศาสนาให้แก่นักเรียนในละแวกอำเภอด่านช้าง และอำเภอใกล้เคียงซึ่งอยู่ไกล ไม่สามารถไปอบรมค่ายพุทธบุตรที่เปิดการอบรมอยู่ในขณะนี้ เนื่องจากต้องเดินทางไกลและมีค่าใช้จ่ายสูง

จากปรารภนี้ อาจารย์ธวัช และคุณบุบผา คณิตกุล จึงได้เปิดการอบรมค่ายศีลธรรมโดยมีโรงเรียนวัดด่านช้าง และวัดหนองเปาะ เข้ารับการอบรมเป็นค่ายแรก โดยคณะพระวิทยากรจากกลุ่มพัฒนาจิตเพื่อชีวิตดีงาม โดยพระมหานภันต์ สันติภัทโท (เปรียญธรรม ๙ ประโยค) วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ ๗ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๔๖ ในวันแรกของการเข้ารับการอบรมศีลธรรมทางค่ายอบรมพุทธบุตรอารยาภิวัทธน์ ได้รับความเมตตาจากท่านรองสมเด็จพระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต) ได้ตั้งชื่อค่ายให้กับทางสำนักสหปฏิบัติฯ ว่า ?ค่ายอบรมพุทธบุตรอารยาภิวัทธน์? โดยมีพระวิทยากรจากกลุ่มพัฒนาจิตเพื่อชีวิตดีงาม โดยการอบรมใช้หอประชุมของสำนักสหปฏิบัติฯ อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นสถานที่อบรม ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ ๒๔๐ ตารางเมตร อันสามารถรับคนเข้าอบรมได้ประมาณ ๒๐๐ คน

เหตุผลและความจำเป็นในการดำเนินโครงการฝึกอบรมเยาวชน ค่ายพุทธบุตร ?อารยาภิวัทธน์ ?
ปัจจุบันนี้ ทั่วโลก ได้รู้ตระหนักว่า การพัฒนาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาที่มุ่งสร้างความเจริญพรั่งพร้อมทางวัตถุโดยเน้นความเติบโตขยายตัวทางเศรษฐกิจได้ก่อให้เกิดปัญหามากมาย ทั้งแก่ชีวิตมนุษย์ไม่ว่าด้านสุขภาพร่างกายหรือด้านจิตใจ ทั้งแก่สังคม ทั้งแก่ธรรมชาติแวดล้อม ทั้งนี้ อาจประมวลสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมไทย โดยอ้างอิงจาก หนังสือพระพุทธศาสนาพัฒนาคนและสังคม โดยพระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต) ได้ดังนี้
๑. สถาบันพระพุทธศาสนา (วัด)
๑.๑ วัดจำนวนมากอยู่ในสภาพขาดการพัฒนา
๑.๒วัดจำนวนมากขาด (ผู้มีคุณสมบัติที่จะเป็น) เจ้าอาวาส
๑.๓มีวัดร้างจำนวนมาก
๑.๔บางถิ่นวัดมีพระเณรกระจุกแน่น บางถิ่นวัดขาดแคลนพระเณร
๑.๕วัดกับประชาชนทั้งภาครัฐและเอกชน ทั้งบ้านและโรงเรียนห่างเหินกันออกไป
๑.๖วัดโดยทั่วไปขาดกิจกรรมที่สนองความต้องการและชักจูงศรัทธาของคนสมัยใหม่
๒.ศาสนาทายาท (พระภิกษุสามเณร)
๒.๑ได้ศึกษาพระธรรมวินัยไม่ทั่วถึงและไม่ต่อเนื่อง
๒.๒บางส่วนไม่ปฏิบัติศาสนกิจและประพฤติเสียหาย
๒.๓ชนบทและถิ่นห่างไกลขาดแคลนกำลัง
๒.๔ผู้บวชตามประเพณีจำนวนมากขาดการเล่าเรียนและอบรมพระธรรมวินัย
๒.๕เกิดสภาพขาดแคลนสามเณรโดยทั่วไป เนื่องจากเด็กวัยเรียนไม่นิยมหรือไม่มีโอกาสบรรพชา
๒.๖พระสงฆ์ที่จะเผยแพร่ธรรม ให้เข้าถึงและนำคนยุคปัจจุบันได้ยังมีไม่เพียงพอ
๓. พุทธศาสนิกชน (ชาวบ้าน) จำนวนมาก
๓.๑ไม่เข้าวัด ไม่เข้าใจพระสงฆ์
๓.๒เป็นชาวพุทธเพียงในนาม ไม่สนใจศึกษาปฏิบัติธรรม
๓.๓เข้าวัดเพื่อโชคลาภประโยชน์ส่วนตัว หรือหมกมุ่นในไสยศาสตร์
๓.๔ขาดความรู้ความเข้าใจในหลักการของพระพุทธศาสนา
๓.๕ขาดความรู้สึกมีส่วนร่วมและรับผิดชอบต่อศาสนาของตน
๓.๖มีการศึกษาสูงแต่ไม่สามารถเป็นผู้นำชาวบ้าน
๔. สังคม (สภาพแวดล้อม)
๔.๑มีกระแสวัตถุนิยมเชิงบริโภคสูง ฟุ้งเฟ้อ ฟุ่มเฟือย
๔.๒มีอบายมุขแพร่หลาย
๔.๓มีการหวังพึ่งไสยศาสตร์ และลัทธิรอผลดลบันดาลกันมาก
๔.๔ตื่นตามวัฒนธรรมตะวันตก เป็นผู้รับและผู้ตามอย่างขาดความรู้เท่ากัน
๔.๕วิถีชีวิตตามหลักพระพุทธศาสนาไม่แพร่หลายในสังคมให้สมกับที่เป็นศาสนาประจำชาติ
๔.๖ขาดวินัยในการอยู่ร่วมกัน ในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ และในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
จากสภาพปัญหาทั้ง ๔ ด้านข้างต้น อาจประมวลสาเหตุแห่งปัญหา ได้ดังนี้๑. พุทธศาสนิกชนยังขาดความรู้ ความเข้าใจ และการปฏิบัติที่ถูกต้องตามหลักของพระพุทธศาสนา
๒. ชาวพุทธยังขาดความร่วมมือในการเข้ามามีส่วนร่วมและรับผิดชอบร่วมกันต่อพระพุทธศาสนา
๓. ความสัมพันธ์ระหว่างพระสงฆ์กับประชาชนยังไม่เกื้อกูลซึ่งกันและกันเท่าที่ควร
๔. ขาดการนำหลักธรรมมาพัฒนาคนให้มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาสังคม

สภาพปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ ไม่เพียงเกิดขึ้นในประเทศไทยเท่านั้น หากได้เกิดขึ้นทั่วโลก ดังที่สรุปกันว่าเป็นการพัฒนาที่ไม่ยั่งยืน จึงจำเป็นจะต้องปรับเปลี่ยนแนวทางการพัฒนากันใหม่ ดังที่องค์การสหประชาชาติได้แนะนำให้ดำเนินการพัฒนาแบบยั่งยืน ซึ่งมีสาระสำคัญว่า ?ให้เป็นการพัฒนาที่ทั้งเศรษฐกิจก็เจริญได้ และสิ่งแวดล้อมก็อยู่ดี หรือทั้งเศรษฐกิจก็เจริญดี และสิ่งแวดล้อมก็อยู่ได้? ซึ่งอาจขยายให้มีความหมายสมบูรณ์ยิ่งขึ้นว่า?ให้เป็นการพัฒนาที่โลกมนุษย์ดำรงอยู่ได้ ท่ามกลางโลกธรรมชาติที่ยังคงอยู่ด้วยดี? ในการพัฒนาตามแนวทางที่ปรับเปลี่ยนใหม่ หรือ การพัฒนาที่ยั่งยืนนั้น ได้มีการย้ำกันว่า จะต้องหันมาเน้นการพัฒนาคน และให้การพัฒนาคนเป็นแกนกลางของการพัฒนาทุกด้าน การพัฒนาคนนั้นมีความหมายสำคัญ ๒ ประการ คือ
๑. การพัฒนาคนในฐานะผู้มีความเป็นมนุษย์
๒. การพัฒนาคนในฐานะทรัพยากรมนุษย์

การพัฒนาคนในฐานะที่เป็นทรัพยากรมนุษย์ จะช่วยให้สังคมมีทุนมนุษย์ที่มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพในการประกอบกิจกรรมต่าง ๆ ที่จะก่อให้เกิดผลในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม หรือเรียกง่าย ๆ ว่าพัฒนาให้เป็นนักผลิต ซึ่งพร้อมที่จะสนองความต้องการของสังคม

ส่วนการพัฒนาคนในฐานะผู้มีความเป็นมนุษย์ จะช่วยให้บุคคลมีคุณสมบัติพร้อมที่จะดำเนินชีวิตแห่งปัญญา เพื่อความดีงาม หรือเรียกสั้น ๆ ว่าพัฒนาให้เป็นบัณฑิตผู้สามารถนำชีวิตและสังคมไปสู่สันติสุขการพัฒนาสังคมตามหลักพระพุทธศาสนาถือการพัฒนาคนเป็นแกนกลาง และการพัฒนาคนนั้น ก็เริ่มต้นที่ฐาน คือการพัฒนาความเป็นมนุษย์ และหากจะพัฒนาให้ได้ผล ควรเป็นการปลูกฝัง หรือเป็นการพัฒนาที่เริ่มต้นตั้งแต่เยาวชนและเป็นไปเพื่อจุดหมายของการพัฒนาคนและสังคมทำให้คนเป็นคนดีมีความสุข และเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ การพัฒนาคนก็คือการศึกษาและคนที่ดำเนินชีวิตด้วยปัญญาเป็นอยู่ด้วยความไม่ประมาท พัฒนาชีวิตของตนจนลุถึงประโยชน์ที่เป็นจุดหมายของชีวิตทุกคนจึงสามารถเป็นบัณฑิตด้วยการฝึกตนและด้วยการปฏิบัติตามหลักการที่กล่าวมานี้การฝึกตนของมนุษย์นั้น เรียกว่า การศึกษา (สิกขา) หรือการพัฒนาชีวิต (ภาวนา)ทั้งจากการปฎิบัติตามลำดับขั้นตอนของระบบที่จัดตั้งกันขึ้นไว้ในสังคมมนุษย์ คือในสถาบันการศึกษาต่าง ๆ และจากการเรียนรู้ด้วยวิธีการอย่างอื่น ซึ่งเรียกง่าย ๆ ว่าเป็นการศึกษานอกระบบ

ด้วยเหตุนี้ มูลนิธิบรรจงสนิท จึงได้จัดทำ โครงการฝึกอบรมเยาวชน ค่ายพุทธบุตร ?อารยาภิวัทธน์ ? โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลักคือ เยาวชน และได้พัฒนาหลักสูตร การจัดค่ายฝึกอบรม โดยยึดหลักการ พระพุทธศาสนาพัฒนาคนและสังคมอย่างสัมพันธ์ควบคู่กันไปและเป็นปัจจัยต่อกัน

วัตถุประสงค์
๑. เพื่อสร้างเสริมความเข้าใจและการปฏิบัติตามหลักการของพระพุทธศาสนาอย่างจริงจังและถูกต้อง
๒. เพื่อพัฒนาชาวพุทธให้มีส่วนร่วมและรับผิดชอบต่อพระพุทธศาสนา
๓. เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างพระสงฆ์กับประชาชนในทางที่เกื้อกูลซึ่งกันและกัน
๔. เพื่อพัฒนาคนให้มีชีวิตที่ดีงามและมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาสังคม

เป้าหมาย
๑. ส่งเสริมการศึกษาพุทธศาสนา แก่
๑.๑ พระภิกษุสามเณร
๑.๒ เด็ก / เยาวชน
๑.๓ หัวหน้าครอบครัว / ผู้นำชุมชน
๑.๔ ข้าราชการ / พนักงานของรัฐ
๑.๕ ประชาชนทั่วไป
๒. ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้เจริญก้าวหน้า วัฒนาสถาพร เพื่อประโยชน์สุขแก่ปวงชน

๓. แนวทาง
๓.๑ ให้การศึกษาแก่พุทธบริษัท
        ๑. ให้รู้ ให้เข้าใจ หลักพระพุทธศาสนาและประพฤติปฏิบัติถูกต้องตามหลักธรรม
        ๒. ให้สามารถแนะนำ ชี้แจงหลักธรรมแก่ผู้อื่น
        ๓. ให้สามารถแสดงหลักพระพุทธศาสนาเพื่อป้องกันความเสื่อมและการกล่าวร้ายต่อพระพุทธศาสนา
๓.๒ พัฒนาคนทั้งด้านพฤติกรรม จิตใจ และปัญญาให้สร้างสรรค์ประโยชน์ทั้งแก่ตนและผู้อื่น ตามหลักศีล สมาธิ ปัญญา
๓.๓ ส่งเสริมการทำบุญที่ถูกต้องตามหลักทาน ศีล ภาวนา ให้เป็นกุศลแก่ชีวิตและสังคมอย่างแท้จริง
๓.๔ แนะนำชักชวนให้นำธรรมมาใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น อิทธิบาท ๔ การละเว้นอบายมุข จนเกิดเป็นวิถีชีวิตแบบชาวพุทธ

ผลที่คาดว่าจะได้รับ
(๑) นักเรียนสามารถรู้
เข้าใจ หลักพระพุทธศาสนาและประพฤติปฏิบัติถูกต้องตามหลักธรรมสามารถแนะนำ ชี้แจงหลักธรรมแก่ผู้อื่น
(๒) สามารถแสดงหลักพระพุทธศาสนาเพื่อป้องกันความเสื่อมและการกล่าวร้ายต่อพระพุทธศาสนา
(๓) พัฒนาคนทั้งด้านพฤติกรรม จิตใจ และปัญญาให้สร้างสรรค์ประโยชน์ทั้งแก่ตนและผู้อื่น ตามหลักศีล สมาธิ ปัญญา
(๔) เป็นการส่งเสริมการทำบุญที่ถูกต้องตามหลักทาน ศีล ภาวนา ให้เป็นกุศลแก่ชีวิตและสังคมอย่างแท้จริง
(๕) แนะนำชักชวนให้นำธรรมมาใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น อิทธิบาท ๔ การละเว้นอบายมุข จนเกิดเป็นวิถีชีวิตแบบชาวพุทธ

กิจกรรมในโครงการ
๑. จุดเทียนปัญญา
เพื่อเป็นการเปรียบเทียบว่าแสงสว่างแห่งแสงเทียนเป็นแสงสว่างแห่งปัญญา เพื่อเป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่ และเร่งทำความดี
๒. พิธีพระคุณแม่ เพื่อรำลึกถึงพระคุณของบุพการีที่ได้ให้กำเนิดแก่เรา และปฏิบัติตนเป็นลูกที่ดีของพ่อแม่
ซึ่งจะเกี่ยวโยงกับความกตัญญูต่อบุพการีของประเทศชาติ เป็นการปลูกจิตสำนึกในการรักชาติ ศาสนา
และสถาบันพระมหากษัตริย์
๓. กิจกรรม ๕ ดี ๕ อ่อน เพื่อให้เป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ เป็นลูกศิษย์ที่ดีของครูอาจารย์
เป็นเพื่อนที่ดีของเพื่อน เป็นคนที่ดีของสังคม และเป็นศาสนิกชนที่ดีของศาสนา เพื่อความเจริญรุ่งเรืองของชาติ
๔.พระคุณครู เป็นการระลึกถึงพระคุณของครูอาจารย์
๕. กิจกรรมโลกสวยด้วยมือเรา
๖. กิจกรรมธรรมติดปีก
๗. สันทนาการ

แนวทางการดำเนินกิจการต่างๆ ของค่ายอารยาภิวัทธน์
๑. อบรมเยาวชน ณ สำนักสหปฏิบัติฯ อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี
๒. อบรมประชาชน หรือบุคคลที่สนใจ
๓. จัดพิมพ์หนังสือธรรมออกเป็นธรรมทาน
โดยคณะพระวิทยากรจากกลุ่มพัฒนาจิตเพื่อชีวิตดีงาม นำโดยพระมหานภัณ สันติภทฺโท และจากฝ่ายบริการและฝึกอบรม ส่วนธรรมนิเทศ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

แผนที่สถานปฏิบัติธรรมอ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี
ค่ายพุทธบุตรอารยาภิวัทธน์ (Arayapiwat) ตั้งอยู่เลขที่ ๗๐ บ้านทับกระดาษ ตำบลด่านช้าง อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี